10 ต.ค. 2558

ชาวเน็ตแฉ ตำรวจตั้งด่านโผล่พรวดใช้เหล็กกั้นขวางรถ 2,496 views

 

 ชาวเน็ตแฉ ตำรวจตั้งด่านในที่เปลี่ยวโผล่พรวดจากข้างทาง ใช้เหล็กกั้นขวางรถจักรยานยนต์ ทำหลานสาววัย 15 และเพื่อนล้มหน้าแหก แถมปล่อยผ่านถึง 7 ชั่วโมงก่อนแจ้งญาติ ถามทำถูกแล้วหรือไม่ 

          ยังเป็นประเด็นที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมาก สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรบางกลุ่มที่ได้มีการตั้งด่านบนท้องถนน รวมถึงกรณีล่าสุดที่เจ้าของเฟซบุ๊ก Technician Dee นำมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2558 โดยระบุว่า หลานสาววัย 15 ปีของเขา มีอันต้องได้รับบาดเจ็บเนื่องจากการปฏิบัติงานของตำรวจบางนายจาก สน.บางนา เมื่ออยู่ ๆ ก็มีผู้ชาย 2 คนพุ่งพรวดจากข้างทางเข้ามาตะโกนให้หลานสาวของเขาจอดรถจักรยานยนต์ ขณะพาเพื่อนผู้หญิงนั่งซ้อนท้ายขับกลับบ้านเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นทางเปลี่ยวและเป็นยามวิกาล ทำให้หลานสาวของเขาพยายามเร่งเครื่องหลบเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

          จากนั้นผู้ชาย 1 ใน 2 คนนั้นก็ใช้เขี้ยวกรวยยางสีส้มมาใส่รถที่หลานของเขาขับจนเสียหลัก ขณะที่อีกคนได้ยื่นเหล็กกั้นทางออกมาขวางไว้ด้วยความตั้งใจ จนหลานสาวชนเข้ากับราวเหล็กกั้นทางนั้น เมื่อรถล้มจึงได้รู้ว่าบริเวณดังกล่าวเคยเป็นด่าน แต่ด่านได้เก็บไปแล้ว ไม่มีทั้งไฟ หรือการวางกรวยยางสะท้อนแสง ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า เพราะเวลานั้นคือเวลาเลิกด่าน ซึ่งผลจากการที่รถล้มทำให้หลานสาวของเขาได้รับบาดเจ็บอย่างที่เห็นในภาพ

          อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุทางตำรวจไม่ได้นำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลหรือแจ้งญาติให้ทราบในทันที แต่กลับเป็นอาสาสมัครที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยเรียกรถจากมูลนิธิพาเด็กส่งโรงพยาบาล ก่อนทำเรื่องย้ายโรงพยาบาล โดยตลอดขั้นตอนยังไม่มีการแจ้งให้ทางบ้านเด็กรับรู้ กระทั่งเวลา 09.00 น. ทางบ้านเด็กจึงได้ทราบเรื่อง ก่อนที่ตำรวจจะโทรมา สรุปใช้เวลาถึง 7 ชั่วโมงนับจากเกิดเหตุกว่าที่ตำรวจจะแจ้งญาติ  ซึ่งนั่นทำให้เขาติดใจในหลายประเด็น ดังนี้ 

          1. หลานของเขาขับมาตามทางเปลี่ยวแล้วมีคนกระโดดเข้าใส่ เป็นใครก็ต้องเอาตัวรอดก่อน

          2. ด่านได้มีการเก็บแล้ว เลยไม่มีสิ่งที่บอกล่วงหน้าว่าเคยมีหรือเคยเป็นด่าน

          3. หลานตนไม่ได้ใส่หมวกซึ่งน่าจะดูออกว่าเป็น "เด็กผู้หญิง" ขี่รถจักรยานยนต์มา

          4. การกระทำที่เกิดขึ้นเหมาะสมแล้วหรือ ทั้งที่ก็ดูออกว่าเป็น "เด็กผู้หญิงขี่รถจักรยานยนต์มาตามทางเปลี่ยว"

          5. หลังเกิดเหตุได้นำตัวส่งโรงพยาบาลกันเองโดยที่ไม่มีการโทรแจ้งทางบ้านผู้บาดเจ็บทันที ทำถูกต้องแล้วหรือ

          6. ทำเรื่องย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลหนึ่งไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง โดยที่ญาติไม่รับรู้หรือยินยอม ทำถูกแล้วหรือ

          7. กว่าที่ทางตำรวจจะแจ้งญาติใช้เวลา 7 ชั่วโมง ถ้าระหว่างนั้นเกิดตายขึ้นมาใครรับผิดชอบ เพราะจากอาการที่ตนรู้มีความเสี่ยงตั้งแต่ชน จนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาลที่ 2 มันมีความเสี่ยงสูงที่จะตาย

          8. ตำรวจบอกว่าทางตำรวจไม่ติดใจเอาความอะไร นั้นคือประเด็นที่เราต้องคุยกันก่อนชีวิตเด็กหรือ

          9. ตำรวจบอกมันคือด่านสกัดจับรถซิ่ง แต่รถคันที่เด็กขี่ตอนเกิดเหตุคือ เวฟเดิม ๆ ออกศูนย์ไม่มีการดัดแปลงอะไรทั้งสิ้น และเด็กก็ขี่มาแค่ 2 คนคันเดียว

          ทั้งนี้เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวระบุว่า เรื่องนี้คงจบยากเพราะเขาเห็นว่าไม่สมเหตุสมผลในหลาย ๆ ประเด็น อีกทั้งยังอ้างว่าจากการสืบเบื้องต้น ทราบว่าคนที่ก่อเหตุอาจเป็นเพียงอาสาสมัคร ไม่ใช่ตำรวจ แถมอาการของหลานเขายังหนักเอาเรื่อง ตอนนี้ต้องย้ายโรงพยาบาลอีกรอบแล้ว ส่วนบาดแผลเท่าที่เห็น มีปากบนฉีกต้องเย็บ หน้าผากฟาดกับของแข็งจนปูดถึงขั้นตาบวมปิดไปข้างหนึ่ง ตอนนี้ยังรอเอกซเรย์สมองอยู่อีกด้วย ขอให้ทุกคนช่วยตัดสินว่าเหตุที่เกิดขึ้นสมควรแล้วหรือไม่ 

          จากนั้นชาวเน็ตจำนวนมากก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น สนับสนุนให้ทางบ้านของเด็กผู้หญิงรายนี้เอาเรื่องกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด เพราะเป็นการทำงานที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ขณะที่บางส่วนจะรอติดตามความคืบหน้าต่อไป เพราะจากข้อมูลข้างต้นทำให้ได้ทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุอาจไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นอาสาผู้ปฏิบัติหน้าที่ จึงต้องรอดูข้อเท็จจริงต่อไป 

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Technician Dee

Credit : http://hilight.kapook.com/view/127622